จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องเป็นด็อกเตอร์

จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องเป็นด็อกเตอร์

จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องเป็นด็อกเตอร์

จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องเป็นด็อกเตอร์

           เรื่องความซื่อสัตย์จริงที่ย่าจ๋าอยากจะบอกว่าไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องเลี้ยงลูกให้เป็นด็อกเตอร์แต่ถ้าต้องการเลี้ยงลูกให้เป็นด็อกเตอร์ก็เป็นความคิดที่หน้าสรรเสริญคุณพ่อและคุณแม่ที่ต้องยอมเสียสละลงทุนส่งเสียให้ลูกได้เรียนย่าจ๋าว่าการอยากที่จะเป็นด็อกเตอร์หรือไม่นั้นก็ไม่ใช่สาระสำคัญที่สุดในความคิดของย่าจ๋า แต่ย่าตอบว่าประการสำคัญที่คุณพ่อและคุณแม่จะต้องตระหนักก็คือการที่ต้องให้ลูกได้เป็นด๊อกเตอร์ของตนที่มีโอกาสทางสังคมที่ดีกว่าคนที่ไม่ได้รับการศึกษาถึงระดับนี้ที่สำคัญกว่านั้นก็คือพ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องปลูกฝังลูกบุตรหลานเป็นคนที่มีพรหมวิหารสี่อันประกอบไปด้วยเมตตา กรุณา  มุทิตา และอุเบกขาให้เป็นธรรมะประจำใจเพราะว่าผมวิหารสี่เป็นหลักประจำใจที่จะทำให้ลูกหลานสามารถดำรงชีวิตได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์เพราะเป็นธรรมะที่ควรยึดถือปฏิบัติในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์และความสุขของตนเองและสังคมย่าจ๋าว่าหากบุคคลใดที่มีพรหมวิหารสี่แล้วจะเป็นเช่นเดียวกับพรหม ผมวิหารสี่ประกอบด้วยหลักปฏิบัติ 4 ประการดังนี้

  • เมตตาคือความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นมีความสุข
  • กรุณาคือความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
  • มุทิตาความยินดีที่ผู้อื่นมีความสุขในทางที่เป็นกุศล
  • อุเบกขาคือการวางจิตใจเป็นกลางการมีเมตตากรุณา

มุทิตาจะเป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้าตนไม่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้จิตตนก็จะเป็นทุกข์ดังนั้นตนจึงควรวางอุเบกขาทำวางใจให้เป็นกลางและพิจารณาว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมที่ได้เคยกระทำไว้จะดีหรือชั่วก็ตามกำนันก็จะย่อมส่งผลอย่างยุติธรรมตามที่เขาผู้นั้นได้เคยกระทำไว้อย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *