เปลี่ยนวิกฤตวิดีโอเกมให้เป็นโอกาส

เปลี่ยนวิกฤตวิดีโอเกมให้เป็นโอกาส

เปลี่ยนวิกฤตวิดีโอเกมให้เป็นโอกาส

เปลี่ยนวิกฤตวิดีโอเกมให้เป็นโอกาส

การเรียนในระดับมัธยมศึกษาปลายซึ่งเป็นระยะเข้าสู่วัยรุ่นตอนกลางอายุประมาณ 14 ถึง 18 ปีที่คุณพ่อและคุณแม่ผู้ปกครองหลายคนจะดูมีความทุกข์มากกว่าบุตรหลานเสียอีกเรื่องนี้ย่าจ๋ามีเรื่องที่ขำไม่ออกที่ย่าน้อย ผู้พันตัวมาเป็นผู้พิพากษาสมทบที่ยอดดอยภูมิใจนักหนาเพราะปกติคนโสดมักจะไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นยาหน่อยเราให้ย่าจ๋าฟังว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งด้วยความหวังดีอย่านอนได้กล่าวเตือนรุ่นน้องที่เป็นพยาบาลและดูเหมือนจะเป็นภรรยาของคุณหมอว่าทำไมต้องทุ่มเทเวลาและชีวิตที่มีอุทิศให้ลูกซะขนาดนี้ว่าหากให้เธอไปสอบแทนลูกได้เธอคงทำไปแล้วที่จริงย่าจะเห็นด้วยกับความคิดของย่าน้อย1000% เลยทีเดียว แอนตี้กันไปเที่ยวรับเที่ยวส่งเรากับลูกแงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นลูกชายที่ยากจะเห็นว่าการปกป้องเรากับไข่ในหินทำให้ลูกจะเป็นพ่อที่ดีได้อย่างไรในการปกป้องดูแลภรรยาและลูกที่อ่อนแอกว่าทางด้านสรีระแต่ปัญญาของภรรยาบางคนอาจจะแข็งกว่าด้วยซ้ำกล่าวคือย่าน้อยโดนน้องที่ว่านี้ศอกกลับว่าพี่ไม่มีลูกพี่ไม่รู้หรอกว่าความรักของแม่นี้เป็นอย่างไร ย่าน้อยแทบตกเก้าอี้ตกตะลึงงงแล้วเริ่มถามตัวเองว่าจริงหรือที่ฉันเป็นโสดฉันไม่เข้าใจความรักของแม่นับแต่นั้นมาย่าน้อยบอกกับย่าจ๋าว่าขนาดและไม่อยากจะออกความเห็นเรื่องนี้กับใครอีกเลยแต่ย่าจ๋าว่าการเป็นผู้พิพากษาสมทบของย่าน้อยอยากที่จะเลี่ยงการเกี่ยวข้องกับเรื่องครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกได้หรอกไม่เชื่อหนูไอค่อยดูว่า คราวหน้าเจอกันยากหน่อยคงจะมีอะไรฝากมาให้ย่าจ๋าได้เล่าให้ฟังอีกแน่นอน

เรื่องการติดวิดีโอเกมของอาโอมต้องถือว่ากลายเป็นเรื่องที่โชคดีของทางอาอืมระยะจ๋าเพราะกลายเป็นว่าโอมซึ่งไม่ค่อยได้เรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สักเท่าไหร่แต่กลับสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้โปรแกรมต่างๆโดยไม่ต้องเรียนอีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษที่จะใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างว่องไวจนพนักงานที่อาอืมจ้างมาซึ่งจบทางด้านคอมพิวเตอร์ยังยอมแพ้เอาโอมเพราะว่าหลายหลายปัญหาในหลายหลายโปรแกรมที่พนักงานคนนี้เรียนทางด้านคอมพิวเตอร์หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ต้องรอถึงอาโอมให้ช่วยทุกคนที่ต้องมาปฏิสัมพันธ์กับพระองค์ในเรื่องคอมพิวเตอร์จะต้องยกให้อาโอมเป็นเจ้าพ่อทางคอมพิวเตอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *