ปลูกฝังก่อนถึงวัยประถมศึกษา

 

ย่าจ๋าพยายามทบทวนว่าก่อนถึงวัยประถมของพ่อหนูลาโอมีความแตกต่างกันมากพอสมควรแต่สุดท้ายทั้งสองก็ได้เป็นด็อกเตอร์เหมือนกันยสาวจึงยืนยันว่าแหมพอหนูจะโชคดีที่อยากจะทำถูกต้องตามทฤษฎีและหลักการที่อยากจะเชื่อว่าความสุขและอัจฉริยะสร้างได้ก่อนเกิดตั้งแต่ปีที่ยาสูตั้งครรภ์ในปีพ.ศ. 2519 สัญญาจ่ายเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วตั้งครรภ์ตอนไหนเพราะกำลังขมักเขม้นเรียนปริญญาโททางจุลวิทยาชีวะวิทยาที่คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบกับย่าจ๋าก็เป็นคนที่มีรอบเดือนไม่เหมือนชาวบ้านที่เขาจะมีการทุกๆ 28 ถึง 30 วันส่วนย่าจ๋าจะมีประมาณ 40 ถึง 45 วันซึ่งครั้งหนึ่งช่วงที่อาสาเข้ามาเป็นนักศึกษาปีหนึ่งอย่าจับปวดท้องแล้วต้องเข้าผ่าตัดด่วนเวย์โรคไส้ติ่งอักเสบที่โรงพยาบาลรามาธิบดีหนูไอเชื่อว่าสมัยนั้นโรงพยาบาลรามาธิบดีจะมีคนไข้อยู่น้อยมากระยะจากโชคดีมากที่มีหมอที่เพิ่งจบกลับมาจากเมืองนอกได้บอกย่าจ๋าว่าจะเย็บแผลแบบใส่เข็มให้ซึ่งจะมีรอยแผลเล็กมากแทบจะมองไม่เห็นแถมยังซะว่ารับรองว่านุ่งบีกินนี่ได้โดยที่ไม่เห็นแผลเป็นสัญญาจ๋ายอมรับหมอที่ได้รับวิทยาการเย็บแผลแบบใหม่มานี้ทำได้เนี้ยบจริงเพราะต่อมามีพี่สะใภ้ที่เป็นภรรยาของลูกผู้พี่ซึ่งเป็นลูกชายของป้าของย่าจ๋าเปิดแผลให้ดูว่าผ่าไส้ติ่งเหมือนกันแถมผ่าทีหลังอย่าจ๋าตั้งหลายปีแต่มีแผลน่าเกลียดมามีลักษณะดำแล้วเหมือนกับมีตัวตะขาบแปะติดไว้ที่ท้องน้อยข้างขวา

ที่ยาวจ๋าว่าพ่อหนูโชคดีก็คือเป็นการทำถูกทฤษฎีและหลักการที่ย่าจ๋าเรียกว่าความสุขอัจฉริยะสร้างได้ก่อนเกิดกล่าวคือเพราะหนูจะเคยคานพออายุได้เจ็ดเดือนเพราะหนูจะเรียกย่าทวดว่ายาใดเป็นคำแรกแทนคำว่าแม่สัญญาทัวร์จะเห่อรายรับเข้ามาร่วมฟูมฟักตั้งแต่อายุได้แค่เจ็ดวันต่อมาพอวันที่ครบเก้าเดือนเพราะหนูก็จะลุกขึ้นเดินแล้วเริ่มเก้าซึ่งเรื่องนี้มาพ่อหนูเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒพ่อหนูบอกว่าอาจารย์จะไม่เชื่อเรื่องที่พ่อหนูพูดได้ตั้งแต่เจ็ดเดือน

อย่างไรก็ตามตั้งแต่หนูไอได้ถูกเลี้ยงดูเราโตมายสารได้คุยเรื่องการตกต่ำของการศึกษาของเด็กไทยกับพ่อหนูเราก็วิเคราะห์กันว่าทหารจะต้องการแก้ไขการศึกษาของประเทศไทยทุกระดับไม่ให้ตกต่ำนี้คงจะต้องจัดทำเป็นวาระแห่งชาติเพราะความจริงการศึกษาต้องได้รับการดำเนินการทางโดยรัฐบาลต้องให้ความสนใจอย่างจริงจังอย่างที่ให้ความสำคัญกับทางเศรษฐกิจดังเช่นนี้เป็นอยู่ในปัจจุบันโดยงานนี้เพราะหนูเอาโอมเสนอว่าจะทำเป็นงานวิจัยเพื่อนำเสนอรัฐบาลอย่างเป็นรูปแบบในบทสุดท้ายของหนังสือนี้ซึ่งจะอยู่ในตอนที่ชื่อว่าผลงานด็อกเตอร์ลูกทั้งสองคน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *