เศรษฐกิจเป็นเรื่องของใคร

หลายปีก่อนหนูไอจะเกิดยากจากกลับจากงานประชุมสโมสรไรออนที่ย่าจ๋าสวมหัวโขนเป็นนายกสโมสรแห่งหนึ่งสัญญาจ๋าสรุปว่านอกจากจะเสียเงินแล้วยังเสียหุ่นอีกเพราะงานกว่าจะเริ่มแหละกว่าจะเริ่มรับประทานอาหารเย็นก็เกือบสองถึงสามทุ่มและการเป็นนายกนี้จะต้องไปเยี่ยมสโมสรต่างๆทำให้ออกจากบ้านแล้วกินข้าวดึกเกือบทุกวันความจริงสโมสรไรออนคนที่ก่อตั้งนั้นมีแนวคิดที่ดีก็คือเราบริการหรือเป็นสิ่งที่ดีเป็นการสร้างจิตสาธารณะประเภทหนึ่งแต่ด้วยความที่มีกฎกติการะเบียบมากมายและหลายคนที่ไม่เข้าใจเป็นติดอยู่กับกรอบและพิธีกรรมรวมทั้งมีกลุ่มที่แฝงเข้ามาเพื่อหาช่องทางรู้จักคนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนใหญ่เที่ยงติดอยู่กับรูปแบบและกติกาว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้จึงทำให้สโมสรบางแห่งล่มสลายไป

ครอบครัวเราจะไม่นิยมของที่เป็นแบรนด์เนมแพงแพงดังดังเราจะชอบของที่ทำในไทยเป็นส่วนใหญ่จนยากจะชอบพูดกับเพื่อนเพื่อนว่าเราเป็นพวกพอมีรายได้ แต่ไรรถสนิยมกล่าวคือครอบครัวของเราจะไม่นิยมหลงใหลปลื้มของกับแบรนด์เนมหรือที่เรียกว่ายี่ห้อดังดังเรื่องนี้ยอดจากภูมิใจว่าสามารถปลูกฝังแนวคิดไม่นิยมแบรนด์เนมแพงแพงดังดังให้เพราะหนูอ่ะอืมได้อย่างเหนียวแน่นตยสารจะบอกเสมอว่าเสื้อผ้าหากเราซักรีดให้เรียบร้อยสะอาด และดูดีคงจะไม่มีใครกระโดดขอดูที่ขอเสื้อว่าเสื้อยี่ห้ออะไรกันแน่ “ความจริงทั้งเสื้อและกางเกงราคานี้ไม่มีปัญหาใช้ได้ดีเสียอย่างเดียวกระเป๋ากางเกงจะตื่นไปหน่อยทำให้ใส่ในกระเป๋าสตางค์ไม่ได้หนูไอเห็นไหมว่ากางเกงราคาแพงจะต่างกับราคาถูกแค่ตรงกระเป๋าเท่านั้น” และนี่คือสิ่งที่อาโอมเคยบอกกับย่าจ๋าด้วยเสียงอ้อยเมื่อสมัยที่อาโอมเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญพ่อหนูแล้วโอมจะเล่าให้ยายฟังเพื่อนเพื่อนที่เรียนด้วยกันไม่เชื่อว่าพ่อหนูอ่ะอืมจะใส่กางเกงตัวละ 80 บาทและเสื้อตัวละ 150 บาทพี่ยาจ๋าเหมาโหลมาให้ตั้งแต่ปีหนึ่งทั้งพ่อหนูรัอืมก็ใส่มาจนจบปริญญาตรีแล้วยังบริจาคต่อให้คนอื่นได้ใช้อีกเพราะว่าย่าจ๋าจะใช้ให้ซักรีดเรียบร้อยก่อนส่งบริจาคจึงดูน่าใช้ไม่เก่าเลยและความจริงเรื่องนี้ทำพ่อหนูรัโอมก็จะดูภาพภูมิใจด้วยซ้ำเพราะเพื่อนคนดังกล่าวก็บอกว่าไม่เชื่อหรอกว่า 80 บาทหรือ 150 บาทมีน่าจะเป็นค่ารถแท็กซี่ไปซื้อมากกว่า และในเรื่องการมีวินัยการเงินที่อยากจะบอกกันไอตงตรงว่ายาจะดีใจมากที่สามารถปลูกฝั่งให้พ่อหนูอ่ะอืมรู้จักควบคุมการใช้จ่ายได้ตั้งแต่เด็กพยาสาดลำต้นให้เงินเป็นรายสัปดาห์เมื่อตอนเรียนมัธยมพอโตหน่อยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยอาจารย์จะแบ่งเงินเป็นเดือนซึ่งเรื่องนี้ก็กลายเป็นผลดีต่อเพราะหนูกับอาโอมที่ไม่ก่อหนี้ที่ไม่เกิดประโยชน์โดยวินัยทางการเงินอย่างที่อาจารย์บอกนั่นแหละเรายิ่งในสมัยปัจจุบันการที่สถาบันทางการเงินต้องมีแข่งขันกันสูงในการชิงลูกค้าอีกทั้งความต้องการในการทำกำไรกันเพิ่มขึ้นซึ่งหากอาศัยส่วนต่างเพียงระหว่างเงินกู้และเงินฝากสถาบันการเงินก็คงจะมีกำไรไม่มากเท่ากับการให้กู้ยืมด้วยบัตรเครดิตบัตรกดเงินสดแล้วกันเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *