วิธีเพียงหนึ่งเดียวที่จะขจัดคนที่ไม่อยากคุยด้วย

Image result for ignore

ในแง่การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนอื่นเรื่องที่หนังสือแนวพัฒนาตนเองมักเขียนถึงคือวิธีการมองในแง่ดีของอีกฝ่าย

นี่ไม่ใช่เรื่องผิดครับผมคิดว่ามันถูกต้องแล้วเพียงแต่การมองข้อดีนั้นอันที่จริงเป็นเรื่องค่อนข้างยากเพราะข้อดีเป็นอะไรที่คุมเครือการหาสิ่งที่คุมเครือเป็นเรื่องลำบากแล้วใช่ว่าจะหาได้ง่ายง่าย

ที่ผมจะแนะนำก็คือหาข้อดีที่เป็นรูปธรรมขึ้นอีกนั่นก็คือข้อดีที่ฝ่ายอดเยี่ยมตัวเอง ซึ่งวิธีนี้ผมเองก็ทำอยู่

ไม่ว่าจะเป็นนิสัยภาพลักษณ์ทักษะผลงานการใช้ชีวิตหรืออะไรก็ได้ให้หาสามสิ่งซึ่งเป็นความสามารถที่ตัวเองมีเป็นเรื่องที่ฝ่ายดีกว่าก่อนที่ความรู้สึกไม่ถนัดคุยกับอีกฝ่ายจะขยายใหญ่ขึ้น

ถ้าพูดโดยใช้คำศัพท์ในธุรกิจคือการค้นหา unique selling position หรือจุดขายเฉพาะตัวที่มีแค่ในสินค้าเท่านั้นของคนนั้นทำไมถึงเป็นสามสิ่งหรือครับเหตุผลคือถ้ามีแค่อย่างเดียวเวลาพบความจริงที่จริงไม่ใช่แบบนี้นิข้อดีของเค้าจะหายไปตรงกันข้ามหากมีมากกว่าสามข้อจะกลายเป็นว่าหายากขึ้นจะเอาแค่สองข้อก็ได้แต่ในแง่ฝึกให้ตั้งใจหาข้อดีก็เอาให้ลำบากขึ้นอีกมีประมาณสามอย่างดีที่สุดถ้าหาได้สามอย่างแม่มีบางอันไม่แน่ใจก็ยังเหลืออีกสองข้อ

การหาข้อดีของอีกฝ่ายมีประโยชน์เยอะใหญ่สองประการ

อย่างแรกคือเป็นประโยชน์ต่อด้วยงานมากขึ้นกล่าวคือเวลาต้องแบ่งงานที่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อดีนั้นเราก็สามารถให้เขาทำได้และพึ่งพาอีกฝ่ายได้ว่างานนี้เค้าทำได้ดีกว่าตน

และอีกอย่างบางทีข้อเนี่ยสำคัญกว่านั้นก็คือเมื่อเรามีนิสัยค้นหาข้อดีของอีกฝ่ายไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนแบบไหนเราจะเกิดความรู้สึกดีและเคารพอีกฝ่ายมากขึ้นระดับหนึ่ง

ถึงแม้จะเป็นคนที่ไม่ชอบหรือไม่ถูกชะตาเราก็จะไม่ปฏิเสธอีกฝ่ายทันทีเรื่องนั้นเค้าอาจจะแย่แต่เรื่องนี้ก็ต้องยอมรับจะทำให้เรามองอีกฝ่ายด้วยมุมมองได้ว่าเค้ามีเสน่ห์ในเรื่องใด

แต่ถึงแม้จะแยกรายละเอียดของอีกฝ่ายออกมาแล้วแต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ดีหากมีเรื่องที่น่าเคารพได้แม้เพียงอย่างเดียวเวลาไปเจอคนนานก็ทำให้เราพร้อมที่จะเรียนรู้ได้

เมื่อเราคิดว่าคนนั้นนิสัยไม่ค่อยเข้ากันเป็นประเภทที่ไม่อยากยุ่งด้วยมากแต่ทักษะการจัดการในสำนักงานและการบริหารงานที่ได้รับมอบหมายหรือเรียกว่าเก่งพอตัวทีเดียวก็ทำให้เรารู้สึกอยากเข้าไปคุยเพื่อเรียนรู้จากเขาแล้วจะพบว่าไม่มีเรื่องให้ต้องรังเกียจขนาดนั้นนั้นทำให้เราเคารพเขาได้เฉพาะส่วนนั้นขึ้น

หากพูดเพิ่มเติมอีกอย่างก็คือการมองข้อดีของอีกฝ่ายนั้นช่วยลดความเครียดให้ตัวเราเองด้วยเมื่อเกิดความรู้สึกอยากเรียนรู้ความรู้สึกในแง่ลบอย่างเช่นไม่อยากเจอคนนั้นเลยให้ตายสิต้องระวังตัวตลอดเวลาก็อึดอัดนะก็จะหายไป

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่การมองแต่ข้อดีอย่างคุมเครืออย่างที่ใครใครมองการแต่คือการตั้งใจหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ตัวเองว่าสามารถลดความเครียดได้ใช้ประโยชน์ในเรื่องงานได้รู้สึกนับถือได้และสามารถพูดคุยด้วยได้แม้จะไม่ค่อยชอบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *