คนเราจะซื้อของเฉพาะจากคนที่ไว้ใจดังนั้นต้องทำให้ลูกค้าไว้ใจก่อน

แล้วกลับไปตรวจสอบอีกครั้งว่าทำแบบนี้ลูกค้าจะเริ่มรู้สึกว่าพนักงานคนนี้พยายามหาของเพื่อเราขนาดนี้เลย

เสร็จแล้วนะตื่นรีบกลับมาหาลูกค้าอีกครั้งจุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับนั่นคือเราต้องถ่ายทอดความเอาใจใส่และน้ำใจของเราผ่านทางคำพูดและการกระทำ

เพียงแต่ไม่ใช่จงใจทำให้รู้สึกว่าชัดเจนที่ฉันน่ะพยายามไปตรวจสอบมาให้ขนาดนี้เลยนะเพื่อเธอเลยนะแต่ให้ทำอย่างนี้เนียนการทำแบบนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ารู้สึกเกรงใจที่ทำให้เขาต้องไปหามากขนาดนี้

แต่ถ้าหากชักช้ายืดยาดเกินไปก็อาจจะถูกมองว่าเป็นคนทำงานช้าได้รักสาระดับแค่รู้สึกว่าต้องใช้เวลาพอสมควรก็พอ

การแสดงออกโดยใช้จิตใจของอีกฝ่ายแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเป็นบุญคุณที่ใช้ทั้งแรงและเวลามากมายในการหาให้ในไม่ช้าบุญคุณนั้นจะเปลี่ยนเป็นความเชื่อใจและความเชื่อใจนานจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอยากมาซื้อของกับพนักงานคนนี้

การขายก็คือเรื่องราวที่ลูกค้าเป็นตัวเอก

สมมุติว่าคุณออกไปที่ร้านหาซื้อกระเป๋าสตางค์เป็นของขวัญวันพ่อเพราะพนักงานขายถามว่าซื้อไว้ใช้เองหรือให้เป็นของขวัญครับคุณตอบไปว่าคือผมกำลังหาของขวัญวันเกิดพ่อให้อยู่นะครับ

ทีนี้พนักงานขายตอบกลับมาว่า
“อันที่จริงปีที่แล้วผมก็เก็บเงินซื้อกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อนี้ให้คุณพ่อเป็นของขวัญเหมือนกันครับแต่เป็นรุ่นที่เก่ากว่าปกติเพราะเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่พอได้กระเป๋าตังค์ใบนี้พอดีใส่มาชวนคุยเรื่องสมัยก่อนชวนคุยเรื่องงานปัจจุบันกันเพลินไปเลย”

พอได้ฟังแบบนี้ในหัวของคุณก็น่าจะจินตนาการถึงคุณพ่อของพนักงานขายใช่ไหมครับเป็นภาพลอยเข้ามาในหัวคุณว่าคุณพ่อที่ไม่ค่อยพูดปากไม่ตรงกับใจและทำหน้าซีเรียสตลอดเวลาเพราะได้ของขวัญที่อารมณ์ดีจะชวนลูกชายดื่มพรางเล่าความหลังกันอย่างออกรสว่ามีพ่อจะเล่าอะไรให้ฟังเมื่อก่อนพ่อกับแม่นะ….

และคนคงเริ่มสนใจซื้อกระเป๋าตังค์ใบนั้นแล้วใช่ไหม

เพราะนี่เป็นการเปิดการขายที่แยบยลมากไม่ใช่เป็นการแนะนำเหมือนปกติว่าอันนี้ฮิตนะครับอันนี้เค้ากับผู้สูงอายุนะครับแต่ทำให้ลูกค้าจินตนาการถึงเรื่องราวหรืออารมณ์ร่วมจากการให้กระเป๋าใบนั้นเป็นของขวัญภาพบรรยากาศในวันพ่อจะเป็นภาพเคลื่อนไหวอยู่ในหัวของคุณเมื่อมาถึงจุดนี้ชัยชนะจะเป็นของพนักงานขาย

และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือการสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ที่ไม่ใช่ตัวพนักงานขายเองแต่เป็นคุณพ่อขึ้นดังนั้นคุณพ่อสำหรับลูกค้าก็คือคุณพ่อที่ลูกค้าวาดภาพขึ้นในหัว

ถ้าเป็นเรื่องของพนักงานขายเองก็จะเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ทำให้ลูกค้านึกภาพตามแต่ถ้าเราถึงคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นจะทำให้ลูกค้าจินตนาการได้ตามใจนึกพูดอีกอย่างก็คือปล่อยให้ลูกค้าจินตนาการไปเอง

สิ่งที่ควรฝึกฝนเพื่อให้มีความสามารถในการพูดให้เห็นภาพที่ช่วยให้ลูกค้าจำลองประสบการณ์ในหัวได้ก็คือความสามารถในการอธิบายกับความสามารถในการนำเสนอสิ่งเรานี้ถึงแม้ไม่ต้องเข้าเรียนคอร์สเฉพาะทางก็ยังสามารถฝึกฝนกับเพื่อนครอบครัวหรือแฟนได้เพียงพอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *