เทคนิคการกระตุ้นความจำเพื่อให้อีกฝ่ายประเมินคุณสูงขึ้น

หลักพื้นฐานของวิธีนำเสนอโดยพูดสิ่งที่อยากบอกซ้ำหลายครั้งที่ได้พูดในตอนนี้แล้วนั้น เป็นเทคนิคเพื่อให้อีกฝ่าย . สามและเก็บข้อมูลนั้นไว้ในระดับจิตใต้สำนึกหรือจิตไร้สำนึกและสิ่งที่อยากเสริมเพื่อให้ภาพความจำของอีกฝ่ายชัดเจนยิ่งขึ้นคือจังหวะในการทวนซ้ำครับ

เฮอร์แมน เอบบิงเฮ้าส์ นักจิตวิทยาชาวเยอรมันได้ระบุไว้ว่ามนุษย์จะจำได้แค่ 58% ในระยะเวลา 20 นาที เขาแสดงความสัมพันธ์ของการลืมระยะเวลาไว้ในกราฟเส้นของการลืมของเอสบบิ้งเฮ้าส์

จากกราฟแสดงให้เห็นว่าความจำของพวกเราถ้านับหลังจากฟังทันที เท่ากับ100% ในระยะเวลา 20 นาทีแรกจะลืมไปรวดเดียวสี่ 2% และหลังจากนั้นจากค่อยค่อยลืมเป็นเส้นโขงไปเรื่อยเรื่อยตามเวลาที่ผ่านไป

ในบรรดาข้อมูลที่จะหายไปนั้นส่วนที่จำได้นานหน่อยคือเรื่องที่ประทับใจมากกับเรื่องที่ได้ลงมือทำหรือได้ดูได้ฟังซ้ำดังนั้นการเตือนความจำจึงเป็นสิ่งสำคัญแต่นั่นก็จางหายไปตามเวลาได้เหมือนกัน

อีกด้านหนึ่งคนที่นำเสนอเรื่องจังหวะในการทบทวนความจำคือ
P Russell นักจิตวิทยาการศึกษา

เค้าบอกว่าถ้าทบทวนก่อนถึงระยะเวลา 20 นาทีความจำจะฟื้นกลับมาได้อัตราการดื่มจะช้าลงและหนึ่งวันถัดไปหนึ่งสัปดาห์ถัดไปและหนึ่งเดือนถัดไปหากทบทวนไปเรื่อยเรื่อยแบบนี้สุดท้ายแทบจะไม่ตกลงอีกนั่นคือความต่างจากคงที่เรียกว่าเส้นโขงแห่งการทบทวน

ในการนำเสนอข้อมูลในการประชุมหรือพี่เซนต์นาน 20 นาทีแรกเป็นตัวตัดสินและการทวนซ้ำหลายครั้งให้ความจำของอีกฝ่ายฝังแน่นคือก้าวแรกจากนั้น 20 นาทีต่อมาให้เปลี่ยนสำนวนในการทวนซ้ำและทำตามเส้นโขงแห่งการทบทวนโดยนำเสนอในวันนั้นวันถัดไปและนำเสนอซ้ำอีก ในสัปดาห์ถัดไป

เช่นกลุ่มนำเสนอผลงานหรือเจรจาเสร็จแล้วแยกย้ายกับอีกฝ่ายนอกจากส่งเมล์ว่าวันนี้รบกวนด้วยครับขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่าครับผมยังเขียนข้อมูลที่ต้องการบอกย้ำอีกครั้งด้วยหรือจะเขียนในส่วนที่มีอีกฝ่ายมีท่าทีสนใจลงไปด้วยก็ได้แล้ววันถัดไปให้ส่งเมลใหม่โดยอาจเขียนอย่างเช่นขอส่งข้อมูลรายละเอียดตามนะครับสุดท้ายผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ส่งเมล์ไปดูชมอีกครั้งว่าเรื่องมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง

นักธุรกิจที่ทำงานเป็นจะขยันติดต่อทางเมลมาให้ค่ะไม่ว่าจะตัวจะตั้งใจหรือไม่แต่มันคือการติดต่อโดยดูจังหวะของการจดจำและการลืม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *