ถ้าอยากให้การนำเสนองานของเราผ่าน ให้ขโมย ”คำพูดของอีกฝ่าย”

มีศัพท์เฉพาะในวิชาจิตวิทยาว่าปรากฏการณ์ปาร์ตี้ค็อกเทล cocktail party effect นั่นคือเป็นผลกระทบด้านการได้ยินของมนุษย์ที่ว่าถึงแม้จะอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดังจอแจเหมือนงานปาร์ตี้ค็อกเทลแต่มนุษย์ก็ยังได้ยินละลึกฟังบทสนทนาหรือคำที่เกี่ยวข้องกับตัวเองได้

นี่เป็นทฤษฎีการเลือกฟังแบบคัดสรรกล่าวคือแม้ในสถานการณ์ที่มีข้อมูลหลายชนิดปะปนกันสมองของมนุษย์ก็ยังสามารถเลือกฟังเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเองได้

ในเวลาที่เจอกับข้อมูลล้นหลามช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ข้อมูลอันไม่มีความเกี่ยวข้องหรือข้อมูลที่ไม่จำเป็นกับตนเองจะไม่มีผลกระทบต่อสมองและจิตใจของมนุษย์

ตรงกันข้ามหากเป็นคำพูดหรือวลีที่เกี่ยวข้องกับตนก็สามารถได้ยินแบ่งแยกกับข้อมูลอื่นได้ถึงไม่ตั้งใจฟังก็ยังได้ยิน

นอกจากนี้สมัยที่ผมเป็นนักศึกษาเคยได้ยินเรื่องราวจากเพื่อนที่ไปทำงานพิเศษเกี่ยวกับการต้อนรับลูกค้าเหมือนกัน คนที่ทำงานพิเศษตามร้านอาหารจะไวต่อเสียงลูกค้าเรียกส่วนคนที่ทำงานพิเศษในร้านสะดวกซื้อจะตอบสนองอย่างรวดเร็วเวลาได้ยินเสียงกระดิ่งตอนประตูอัตโนมัติเปิด

ทีนี้ตอนตัวเองไปดื่ม หลังเสร็จงานที่ร้านอาหารพอได้ยินลูกค้าโต๊ะอื่นส่งเสียงเรียกสั่งอาหารหน่อยครับถึงตัวเองเป็นลูกค้าเหมือนกันก็ยังเผลอหันไปตามเสียงเรียกอยู่ไม่บ่อย หรือวันไหนว่างจากงานพิเศษที่ร้านตัดผมแล้วไปทำผมที่ร้านเสริมสวยระหว่างตัดผมพอได้ยินเสียงกระดิ่งที่ร้านก็เผลอขานรับทั้งที่ตัวเองอยู่หน้ากระจกว่าเชิญค่ะ….!

คนเราต่างมีคำพูดหรือคีย์เวิร์ด ที่ตัวเองตอบสนองได้ไวซึ่งจะทำให้เกิดนิสัยหรือปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติพร้อมกับคำเหล่านั้นขึ้นในชีวิตประจำวันของเค้าผมจึงคิดว่าหากสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ก็น่าจะทำให้มัดใจอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้น

เช่นเวลานำเสนองานเพื่ออธิบายผลิตภัณฑ์หรือโครงการลองตั้งใจพูดโดยใช้ศัพท์เฉพาะที่ฝ่ายใช้บ่อยหรือพวกคำที่อีกฝ่ายน่าจะตอบสนองให้ดู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *