การแลกนำบัตรเป็นโอกาสในการสำรวจความระหว่างของอีกฝ่าย

           วิธีดูชีพจรด้วยการจับมือไม่ใช่เรื่องยาก แค่สัมผัสข้อมือตรงโคนนิ้วโป้งเท้าฝึกวิธีจับมือเพิ่มอีกเล็กน้อย ไม่ว่าใครก็สามารถจับชีพจรได้

แน่นอนว่าแค่การจับมือไม่ได้ทำให้รู้ทุกอย่างแต่วิธีนี้ใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการอ่านใจอีกฝ่ายได้พอสมควรและการเริ่มลงมือก่อนยังมีข้อดีคือทำให้เกิดความมั่นใจและอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบของอีกฝ่ายด้วย

ผลลัพธ์ตรงนี้จะธิบายในหัวข้อถัดไปครับ

วิธีกุมความได้เปรียบภายใน 1.3 วินาที

ในการทักทายและแรกนำบัตรซึ่งเป็นเหมือนการเริ่มต้นติดต่อธุรกิจนั้นการจับมือเป็นวิธีในการอ่านสภาพจิตใจของอีกฝ่ายหนึ่งได้ซึ่งเรื่องนี้อธิบายไปแล้ว

พูดเสริมคือ พฤติกรรมเหล่านี้จะยิ่งได้ผลเมื่อเราเป็นฝ่ายเริ่มก่อนจังหวัดยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

การทักทายเร็วกว่าคนอื่นจะทำให้คุณกุมความได้เปรียบและสร้างบรรยากาศว่าคุณครอบครองพื้นที่นี้ได้

ในการเจรจาธุรกิจระหว่างเรากับอีกฝ่ายเป็นคนนำจะมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์มากดังนั้นในช่วงแรกของการเริ่มความสัมพันธ์อย่างการเจอกันครั้งแรกหัดทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า”สิทธิ์ในที่นี้เป็นของเรา” การเจรจาจะราบรื่นและเราจะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่า

แม้อีกฝ่ายจะไม่รู้สึกว่า “ฝ่ายเราได้เปรียบ “ เราก็จะมีวิธีทำให้เขารู้สึกแบบนั้นได้โดยไม่รู้ตัวนั่นก็คือ”เริ่มทำก่อนอีกฝ่าย”วิธีนี้แม้จะเป็นคนพูดน้อยหรือพูดไม่เก่งก็ทำได้ใช่ไหมครับ

การเริ่มก่อนคนอื่นยังมีข้อดีตรงที่ทำให้อีกฝ่ายจดจำและประทับใจได้ง่ายกว่า ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าอิทธิพลจากช่วงเริ่มต้น (Primary effect) อันหมายถึงปรากฏการณ์ที่ข้อมูลซึ่งถูกนำเสนอในตอนแรกจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และพื้นฐานการตัดสินใจคำพูดที่ว่าคนเราตัดสินใจได้จากการพบกันครั้งแรกก็เพราะอิทธิพลจากช่วงเริ่มต้นนี่เอง

ที่ผ่านมาผมได้ฟังบรรยาย หลายต่อหลายครั้งในช่วงเวลาถามตอบผมจะยกมือก่อนใครและถามด้วยเสียงดังฟังชัด

หลังจากนั้นพอเข้าไปทักทายวิทยากรทุกคนจะจำได้ว่าอ๋อคุณคนที่ถามคนรณีเองบางครั้งยังได้แลกเบอร์ติดต่อกันเรื่องงาน

ช่วงเวลาถามตอบนั้นถ้าตอนแรกมีคนยกมือซักสามคนทุกคนที่เหลือจะแย่งกันยกมือถามบ้างนั่นคือการกระทำในตอนแรกจะตั้งกฎในที่นั้นขึ้นมาว่ายกมือถามก็ได้ถ้าเปลี่ยนคำพูดคงได้ได้ว่ากุมสิทธิ์ในที่นั้นแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *