ภาวะเขาควาย ของฟาน เพอร์ซี

ปลาย ปี 2009 พาดหัวข่าวใหญ่ในแวดวงฟุตบอลยุโรป “ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ไปหาแม่หมอรกม้า!!”

รักม้าจริงๆ ภาษาอังกฤษเขียนว่า Horse Placenta เรื่องนี้จะว่าเป็นเรื่องเล็กๆหรือมองเป็นเรื่องใหญ่ก็น่าจะคิดแต่ที่แน่แน่การเดินทางตามหาหมอลูกหมาของพ่อหนุ่มโลบินส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเค้าพลิกจากนักฟุตบอลชื่อดังผู้ตกทุกด้วยอาการเอ็นข้อเท้าฉีกกลายเป็นคนแปลกแหละที่ใช้การแพทย์แผนพิสดารชั่วข้ามวัน ขณะที่แม่หมอชาวเซอร์เบีย นามว่ามาเรียนา โควาเซวิก ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกเพียงชั่วข้ามคืน

กลางเดือนพฤศจิกายน 2009 แมตช์กระชับมิตรระหว่างฮอลแลนด์กับอิตาลีทำเอากองหน้าดัตช์ ผู้กำลังเป็นความหวังของสโมสรอาร์เซนอลและทีมชาติ เจ็บอย่างรุนแรงที่ข้อเท้าขวาแพคของทีมชาติฮอลแลนด์ตรวจดูอาการเบื้องต้นก็แจ้งว่าต้องพักรักษาประมาณหกสัปดาห์

ฟาน เพอร์ซี คิดว่าน่าจะหายเร็วกว่านั้นจึงติดต่อเขารักษากับมาเรียนา หมอนวดลึกลับแห่งกรุงเบลเกรด ผู้ใช้น้ำมันรกม้าเป็นยาเด็กตามคำแนะนำของเพื่อนนักเตะเซิร์บ เค้ายอมถูกวิจารณ์ย่อมตกเป็นอาหารโอชะของพวกแทบลอยด์ ถ้าหากว่ามันจะฝืนอาการเจ็บปวดและสามารถกลับมาลงเล่นได้ภายในสามสัปดาห์

อาร์แซน เวงเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลเห็นว่าอารมณ์นี้ชุดยากเค้าเองก็ไม่ค่อยเชื่อว่ารกม้าจะเสกให้อาการบาดเจ็บของศูนย์หน้าตัวเก่งอันตรธานไปได้ แต่ก็ไม่อยากขัดนอกจากนี้แพทย์ประจำทีมได้ลงความเห็นกันแล้วว่ารกม้าเล็กๆไม่น่าจะทำอันตรายฟาน เพอร์ซีได้

“ ผมเคารพการตัดสินใจของนักเตะเขาควรได้รับการรักษาตามแบบที่เขาต้องการการจะหายเจ็บหรือไม่หายนี่มันเป็นเรื่องของจิตใจด้วยนะผมว่า”

เวงเกอร์ผู้คลุกคลีอยู่กับนักเตะรุ่นแล้วรุ่นเรามายาวนาน มองลึกลงไปอีกว่าเวลานักเตะบาดเจ็บพวกเขามักอยากกลับไปหาหมอที่บ้านเกิด นักเตะอังกฤษจะไปหาหมอที่อังกฤษนักเตะจากฝรั่งเศสก็จะร้องจะกลับไปรักษาตัวที่ปารีส เพราะพวกเขามั่นใจว่าหมอที่นั่นจะรักษาอาการบาดเจ็บได้

ระหว่างที่ฟาน เพอร์ซี หายเงียบไปในกรุงเบลเกรด นักข่าวก็พากันขุดคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจังและได้ข้อมูลมาว่ามีนักฟุตบอลเดี้ยงอีก หลายคนทั้งในพรีเมียร์ลีก นักเตะจากสโมสรชั้นนำในอิตาลีและสเปนและที่แน่แน่คือทีมชาติเซอร์เบีย ไปหาแม่หมอรกม้าคนนี้มาแล้วและจะมีตามไปอีกระลอกอย่างเช่น แฟรงก์ แลมพาร์ดของเชลซีเป็นต้น

หลายคนที่ใช้บริการเอารกม้าทาถูบริเวณที่บาดเจ็บมาแล้วพูดตรงกันว่าเขามีอาการที่ดีขึ้นจริงๆ

มาเรียนา เป็นแม่บ้านเปิดคลินิกรักษามานานเจ็ดปีแล้ว ส่วนราคาค่ารักษาต่อครั้งอยู่ที่เราราว 3000 ยูโรต่อคอร์ส (ประกอบไปด้วยการนวดน้ำมันรกม้า 10 ครั้ง)

นักข่าวอีกพวกตามไปถามรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเซอร์เบียว่า เคยตรวจสอบการรักษาด้วยน้ำมันรกม้าของแม่บ้านชาวเซอร์เบียผู้นี้หรือไม่ แล้วเลยไป ถามกรมสรรพากรอีกด้วยว่าคลินิกของเธอได้จ่ายภาษีถูกต้องหรือเปล่า

น่าแปลก…. ทั้งสองหน่วยงานไม่มีชื่อของมาเรียนาอยู่ในสารระบบเลย! มิหนำซ้ำพอเจ้าหน้าที่ไปยังคลินิกเพื่อรวบตัวแม่หมอในข้อหาประกอบอาชีพเวชกรรมโดยไม่มีใบอนุญาตก็ไม่มีใครอยู่ให้จับเสียอีก

ก่อนที่เรื่องราวจะเลยเถิดไปเยอะมาเรียนาได้ว่าจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ใหญ่แห่งหนึ่งมาเป็นตัวแทนในการให้ข่าวซึ่งทางบริษัทได้อธิบายว่าสูตรการรักษาของมาเรียนานั้นค่อนข้างเป็นความลับเราบอกได้แค่ว่าการรักษาของมาเรียนาใช้การนวดด้วยของเหลวบางอย่างผสมกับจิตวิทยาเล็กน้อย

คนที่เสียงเงินให้กับหมอเหล่านี้มักไม่ค่อยกล้าเปิดเผยผลด้านลบและในเมื่อเวลาช่วยดูแลจิตใจให้ฟื้นขึ้นมาอ่านด้วยความเคยชินหรือคิดว่าได้รับการเยียวยารักษาไประดับหนึ่งแล้วเป็นการเปิดโอกาสให้พ่อหมอแม่หมอสั่งสมปาฏิหาริย์เหลือเชื่อของตัวในแบบปากต่อปากและในรูปแบบเสียงลือเสียงเล่าอ้าง

บางครั้งการเข้าไม่ถึงบริการด้านสาธารณสุขอาจมิได้เป็นเพียงสาเหตุเดียวที่ผลักมนุษย์ตัวเล็กๆเข้าสู่ตรงกลางระหว่างเขาควายที่เรียกกันในสากลว่าภาวะ Dilemma ในแง่การรักษาพยาบาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *