ขนมปัง ข้าว หรือพาสตา : หมดแรงเพราะแป้งน้อย

“ นักเตะของเราดูเหนื่อยล้าอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งหลังน่าจะเป็นเพราะกินแป้งน้อยไปคงต้องให้ฝ่ายโภชนาการจะหาพาสตาให้มากกว่าเดิม”

ข้อสังเกตข้างบนมาจากกลุ่มคณะผู้สอนทีมชาติเยอรมนีตะวันตก  เมื่อเห็นนักเตะลงทำศึกอิตาเลีย 1990 รอบก่อนรองชนะเลิศกับเช็กโกสโลวะเกีย ซึ่งบอกให้เรารู้ว่าอาหารจำพวกข้าวหรือแป้งที่กินอยู่ทุกมื้อมีความจำเป็นต่อการแข่งขันระดับโลก

ใช่ว่าทีมอย่างเยอรมนีจะเตรียมพาสตาหรืออีกนัยหนึ่งอาหารเส้นที่ทำจากแป้งไว้ในห้องอาหารไม่พอต่อความต้องการของนักเตะทีมชาติ ถ้าให้คาดคะเนก็น่าจะเป็นว่าพวกเขาตักแต่สเต็ก สลัด ไก่ทอด มันฝรั่งทอด จนเต็มจานแล้วตบด้วยเค้กเนยสดกับโดนัทสะมากกว่า

และถ้าใครคาดคะเนต่อเป็นไปได้ว่านักเตะที่ดูเหนื่อยล้าอ่อนแรงน่าจะเป็นเพราะพลังงานที่สะสมอยู่ถูกใช้ไปจนเกือบหมดหรือพูดอีกอย่างว่ามีพลังงานสะสมอยู่ไม่เพียงพอ

พลังงานสะสมในที่นี้มีชื่อว่า ไกลโคเจน (glycogen)

เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับไกลโคเจนจึงขออ้างงานเขียนชื่อคู่มือวิ่งเพื่อสุขภาพของนายแพทย์กฤษฎา บานชื่น ซึ่งเนื้อหาในนั้นได้อธิบายว่าการใช้ไกลโคเจนเปรียบเสมือนกับรถที่ใช้น้ำมัน ไกลโคเจนเป็นสารคาร์โบไฮเดรตการได้มาซึ่งไกลโคเจนหรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ ก็คือการได้กิน คาร์โบไฮเดรต

นายแพทย์กฤษฎา ยังกล่าวด้วยว่านักวิ่งที่ต้องวิ่งนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่งควรกินสะสมคาร์โบไฮเดรตหรือ     โหมคาร์โบไฮเดรต  หากวิ่งไม่นานเช่นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  การโหมคาร์โบไฮเดรตจะไม่ส่งผล

เมื่อนำการวิ่งมาเทียบกับและการเล่นฟุตบอล  นักฟุตบอลซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในวัยหนุ่มแน่นและมีความฟิตใกล้เคียงกันต้องลงแข่งขันโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่งหรือ ครึ่งละ 45 นาทีโดยประมาณ  ในการแข่งขันที่เข้มข้นสูสี ผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์  อาจต้องวิ่งระยะทางรวมเกิน 10 กิโลเมตรเมื่อคิดสะระตะทั้งในแง่ระยะทางและเวลา  นักฟุตบอลมีลักษณะการออกกำลัง  และใช้พลังงานคล้ายกับการวิ่ง 10,000 เมตร  นักฟุตบอลวิ่งๆ หยุดๆ และเร่งเร็วเป็นครั้งคราวไม่สม่ำเสมอแบบนักวิ่ง

             สำหรับนักฟุตบอลการกินอาหารเพื่อนำพลังงานไปใช้ในการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ขั้นได้แก่ หลังการฝึก ก่อนวันแข่ง และวันแข่ง

หลังการฝึกซ้อมนักฟุตบอลต้องกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเพื่อทดแทนพลังงานที่สูญเสียไป ก่อนวันแข่งขันสามวันนักฟุตบอลจะเข้าสู่กระบวนการสะสมคาร์โบไฮเดรตโดยเน้นการกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตถึงประมาณ 75% ในแต่ละมื้อ และเมื่อถึงวันแข่งขันนักฟุตบอลยังคงต้องเน้นการกินคาร์โบไฮเดรตเช่นพาสตาสำหรับนักฟุตบอลยุโรป หรือข้าวสำหรับนักฟุตบอลไทยรวมถึงกินอาหารที่มีโปรตีนและไขมันน้อย

อย่างไรก็ตามในกรณีของนักฟุตบอลอาจมีบางตำแหน่งที่การกินเพื่อสะสมคาร์โบไฮเดรตนั้นไม่จำเป็น นั่นคือผู้รักษาประตู ถ้าผู้รักษาประตูยังคงตั้งหน้าตั้งตากินเพื่อสะสมคาร์โบไฮเดรตทุกครั้งที่ลงแข่ง คงมีผู้รักษาประตูอ้วนลงพุงยืนอยู่หน้าประตู

อย่างนั้นก็ตามแม้เปลี่ยนไม่ได้แต่หันมากินอย่างมีวินัยในเมื่อปวารณาตัวรับใช้ชาติในฐานะนักกีฬา  ก็ต้องกินตามคำแนะนำของนักโภชนาการ จะมากินตามใจปากในช่วงก่อนแข่งก็ไม่สมควรนักฟุตบอลที่เคยกินสักแต่ว่ากินให้อิ่มท้องแบบทีมชาติเยอรมนีตะวันตกชุดปี90 ก็ต้องกลับมากินข้าวถึง 3ใน 4 ของแต่ละมื้อเพื่อสะสมพลังงานไว้ใช้ยามจำเป็นร่วมกับใครมันจะได้ไม่ป้อแป้ในสนาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *