ผู้ร้ายในฟุตบอลโลก

ในโลกภาพยนตร์คนเขียนบทสร้างผู้ร้ายให้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับวีรบุรุษส่วนในโลกของฟุตบอลวีรบุรุษและผู้ร้ายไม่ได้ถูกสร้างโดยคนเขียนแต่ถูกกำหนดโดยคนดู

ไมเคิล ร็อดด์ ได้เขียนบทความชื่อ Soccer’s Villians ในหนังสือ A Century of Soccer :100 Years of the world Game เนื้อหาในบทความ ร็อดด์ คัดเลือกนักฟุตบอลที่มีบทบาทเป็นผู้ร้ายจำนวนหนึ่ง

ซึ่งตามสายตาของเค้าแล้วจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากทีมชาติเยอรมัน, ฮารัลด์ ชูมักเกอร์, อันโตนิโอ รัตติน, โรแบร์โต โรฮาส และ ดีเอโก มาราโดนา

ข้อกล่าวหาสำหรับทีมชาติเยอรมนีพวกเขาเป็นผู้ทำลายความฝันของทีมฟุตบอลที่สร้างสรรค์และสวยงามอย่างฮอลแลนด์และฝรั่งเศสรวมถึงทีมยอดเยี่ยมอย่างฮังการี ซึ่งโดยในก็คือเยอรมนีเป็นทีมแพ้ยากเพราะพวกเขาเล่นฟุตบอลด้วยวินัย ความแข็งแกร่งและดุดัน มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศจนบางครั้งก็หลงลืมที่จะสร้างสรรค์เกมให้สวยงามอย่างบรรดาศิลปินลูกหนัง

ทีมชาติเยอรมนีทำให้ฟุตบอลที่คู่ควรกับการเป็นแชมป์โลกอย่าง เฟเรนซ์ ปุสกัส, โยฮัน ครอยฟ์ และมิเชล พลาตินี ต้องผิดหวัง

ชูมักเกอร์ ยังมีชื่อปรากฏในหนังสืออีกเล่มในฐานะเด็กเกเร ระดับTop 5 เคียงข้างเปาโล มอนเตโร ของอุรุกวัยแบะ อันโดนี กอยโคเชีย เจ้าของฉายา “นักฆ่าจากบิลเบา”

เจ้าของบทความ Soccer’s Villians เห็นว่าอันโตนิโอ รัตติน กัปตันทีมอาร์เจนตินาชุดพุตบอลโลก 1966 เข้าข่ายผู้ร้ายเพราะถูกมองว่ามีพฤติกรรมที่ทางฝ่ายอังกฤษไม่สามารถยอมรับได้ ทางการเล่นตุกติกและการแสดงออกที่ท้าทาย ในนัดก่อนรองชนะเลิศระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินาหลังจบการแข่งขัน เซอร์อัลฟ์ แรมเซย์ ได้วิ่งออกมาห้ามไม่ให้ลูกทีมของเขาแลกเสื้อกับผู้เล่นอาร์เจนตินา (บางกระแสบอกว่าสตาฟโค้ชอาร์เจนตินาเองก็่ห้ามลูกทีมแลกเสื้อกับอังกฤษ) ถือว่าเป็นการตบหน้ากันฉาดใหญ่

แล้วว่ากันถึงที่สุดการหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็นผู้ร้ายตัวจริงอาจน่าสนใจ มากกว่าข้อหาที่ว่าเหตุใดเรื่องราวเหล่านั้นจึงถูกหรือฟื้นนำกลับมาเล่าสามอย่างเข้มคนในบางจังหวะบางสถานการณ์ราวกับเป็นส่วนหนึ่งสำหรับพิธีการใหญ่ฉะนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *